อุปกรณ์เครื่องใช้ประกอบการนวด
ก่อนการนวดนั้น ต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบการนวด โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการนวดนั้น แบ่งออกเป็น
3.1 น้ำมัน และภาชนะบรรจุ น้ำมันที่ใช้ในการนวด ประกอบด้วย
3.1.1น้ำมันพืชธรรมดา ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันเมล็ดทานตะวัน, น้ำมันเมล็ด ดอกคำฝอย หรือน้ำมันมะพร้าว โดยอาจใช้น้ำมันที่มีกลิ่นหอม เช่น น้ำมันจันทน์ น้ำมันดอกมะลิ น้ำมันดอกส้ม น้ำมันส้มจีน
3.1.2 น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ เป็นน้ำมันที่ดีที่สุด แต่ราคาแพง
3.1.3 น้ำมันมะกอก
3.1.4 น้ำมันแร่ เช่น เบบี้ออยล์ แต่การดูดซึมจะไม่ดีเท่าที่ควร
3.1.5 น้ำมันเสจ (sage) เหมาะสำหรับผู้ถูกนวดที่มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อ ภาชนะที่ใช้บรรจุ อาจใช้ขวดที่มีจุกไม้ก๊อก หรือขวดหยดชนิดพลาสติกที่มีที่ตั้งอย่างมั่นคง ไม่ล้มง่าย น้ำมันจะช่วยหล่อลื่น และทำให้การนวดเคลื่อนที่และออกแรงกดได้ราบเรียบ ละมุนละม่อม และไม่ก่อให้เกิดความฝืด
3.2 แป้งฝุ่น แป้งฝุ่น ช่วยลดการเสียดสีระหว่างฝ่ามือกับผิวหนัง แต่ประสิทธิภาพอาจไม่ดีเท่าน้ำมัน แต่อาจจำเป็นต้องใช้กรณีผู้รับการนวดไม่นิยมความเหนอะหนะของน้ำมัน หรือกรณีที่ไม่มีน้ำมันใช้นวด
3.3 ผ้ารองหลัง ผ้ารองหลังหรือผ้านวม ใช้ในกรณีการนวดบนพื้น จำเป็นต้องมีผ้ารองหลังที่พอเหมาะ โดยควรมีความกว้างประมาณ 7 ฟุต x 4 ฟุต และมีความหนา ? หรือ 1 นิ้ว และให้ใช้ผ้าพลาสติกผืนใหญ่ปูทับผ้ารองหลังหรือผ้านวมเพื่อป้องกันน้ำมันซึม เปื้อนไปยังผ้ารองหลังหรือผ้านวม
3.4 เตียงนวด เตียงนวดที่ดี ควรมีขนาดใหญ่พอรับน้ำหนักตัวผู้รับการนวดได้ และแข็งแรงมั่นคง โดยทั่วไปควรมีขนาด 6 x 3 ฟุต โดยเตียงนวดจะช่วยลดการก้มหลัง เหมาะสำหรับการนวดที่ใช้เวลานาน เตียงนวดจะช่วยให้ผู้นวดเปลี่ยนตำแหน่งเข้าหาผู้ถูกนวดได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ขาดตอน
3.5 หมอนรองข้อเท้า หมอนรองข้อเท้า จะช่วยรองรับน้ำหนักบริเวณที่มีการนวดตามข้อต่อต่างๆ โดยทั่วไปควรมีความยาวประมาณ 2 ฟุต มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ภาพที่ 18 แสดงเตียงนวด
แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับสปา การนวดแบบต่างๆ การนวดแผนโบราณ ร้านสปา โรงเรียนสอนนวด วิธีการนวด งานนวด งานสปา สปาเพื่อสุขภาพ การนวดเพื่อสุขภาพ
S E A R C H
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีการนวด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีการนวด แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วิธีการ "วางมือ" เมื่อนวดกล้ามเนื้อ ตอน 2
11.นวด เอ็นร้อยหวาย เอ็นร้อยหวายเล็กและบาง นวดโดยใช้นิ้วหัวแม่มือกับปลายนิ้วชี้ค่อย ๆ บีบขึ้น
13.ใช้ นิ้วหัวแม่มือกดไล่ตั้งแต่ ข้อนิ้วเท้าขึ้นไปถึงข้อเท้าตามแนวลูกศร
14.การ วางมือโดยใช้กำปั้น การวางมือโดยใช้กำปั้น จะใช้นวดโดยการกำมือแต่พอหลวม ๆ (ไม่ใช่กำหมัด) แล้วใช้กดลงบนบริเวณกล้ามเนื้อที่ต้องการจะนวด มักใช้นวดบริเวณที่มีผิวหนังหนา ๆ เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
นวดฝ่าเท้า จับฝ่าเท้าหงายขึ้นกำมือ แล้วใช้หลังนิ้วกดไล่ตั้งแต่ข้อนิ้วเท้า ส้นเท้า หรือนวดได้อีกวิธีหนึ่งโดยใช้การคว่ำมือนวด
12.การวางมือโดยใช้ปลายนิ้วหัวแม่ มือ การวางมือโดยใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือ จะใช้นวดโดยการกดลงไปบริเวณกล้ามเนื้อที่จะนวด เช่น กล้ามเนื้อข้อมือ ข้อเท้า บริเวณข้อนิ้วต่าง ๆ
นวดหลัง มือ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดไล่ตั้งแต่ข้อนิ้วลงไปถึงข้อมือตามแนวลูกศร 13.ใช้ นิ้วหัวแม่มือกดไล่ตั้งแต่ ข้อนิ้วเท้าขึ้นไปถึงข้อเท้าตามแนวลูกศร
นวดฝ่าเท้า จับฝ่าเท้าหงายขึ้นกำมือ แล้วใช้หลังนิ้วกดไล่ตั้งแต่ข้อนิ้วเท้า ส้นเท้า หรือนวดได้อีกวิธีหนึ่งโดยใช้การคว่ำมือนวด
15.นวดฝ่ามือ ทำเช่นเดียวกับการนวดฝ่าเท้า โดยไล่ตั้งแต่ข้อนิ้วลงมายังฝ่ามือ
16.การจัดท่าทางของผู้รับการนวด การนวดเป็นการลื่นไหล การสัมผัสระหว่างผู้นวดและผู้ถูกนวด ดังนั้นผู้นวดและผู้ถูกนวดจึงมีความสำคัญเท่ากัน การที่จะนวดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ผู้ถูกนวดจึงต้องมีบทบาทอยู่ด้วยเช่นกัน การรับการนวดสัมผัสที่เหมาะสมที่สุด ผู้นวดควรแนะนำผู้ถูกนวดโดยให้มีการวางท่าทาง และการปฏิบัติดังนี้
2.1 ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหรือหงาย โดยวางมือทั้งสองราบกับเตียง แล้วหลับตา กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
2.2 ปล่อยวางจากปัญหาและความวิตกต่าง ๆ
2.3 การนอนนวดในสภาพที่ไม่มีเสื้อผ้าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะผู้นวดสามารถนวด กล้ามเนื้อ ถึงระบบจุดต่าง ๆ ตลอดจนการทาน้ำมันได้สะดวก แต่หากผู้ถูกนวดไม่สบายใจ ก็ควรให้สวมเสื้อผ้าบางชิ้นได้
2.4 ผู้ถูกนวดควรถอดแหวน สร้อยคอ ต่างหู และเครื่องประดับต่าง ๆ ตลอดจน แว่นตา หรือคอนแท็กซ์เลนส์ เพราะการนวดบางท่าอาจต้องมีการวางน้ำหนักมือบนเปลือกตา
2.5 ผู้ถูกนวดไม่ต้องพยายามช่วยเหลือผู้นวด เช่น ช่วยออกแรงยกแขนหรือขา ควร ให้ผู้นวดเป็นผู้กระทำ เพราะการช่วยเหลือของผู้ถูกนวดจะเป็นการทำลายความต่อเนื่องของความรู้สึกต่อ การนวดสัมผัส
2.6 การพูดจาระหว่างการนวด ควรมีให้น้อยที่สุด เพราะจะทำลายจังหวะการนวด
2.7 เมื่อสิ้นสุดการนวด ไม่ควรลุกขึ้นทันที ควรหลับตาต่อไปสักครู่ แล้วจึงค่อยลุกขึ้น
2.1 ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหรือหงาย โดยวางมือทั้งสองราบกับเตียง แล้วหลับตา กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
2.2 ปล่อยวางจากปัญหาและความวิตกต่าง ๆ
2.3 การนอนนวดในสภาพที่ไม่มีเสื้อผ้าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะผู้นวดสามารถนวด กล้ามเนื้อ ถึงระบบจุดต่าง ๆ ตลอดจนการทาน้ำมันได้สะดวก แต่หากผู้ถูกนวดไม่สบายใจ ก็ควรให้สวมเสื้อผ้าบางชิ้นได้
2.4 ผู้ถูกนวดควรถอดแหวน สร้อยคอ ต่างหู และเครื่องประดับต่าง ๆ ตลอดจน แว่นตา หรือคอนแท็กซ์เลนส์ เพราะการนวดบางท่าอาจต้องมีการวางน้ำหนักมือบนเปลือกตา
2.5 ผู้ถูกนวดไม่ต้องพยายามช่วยเหลือผู้นวด เช่น ช่วยออกแรงยกแขนหรือขา ควร ให้ผู้นวดเป็นผู้กระทำ เพราะการช่วยเหลือของผู้ถูกนวดจะเป็นการทำลายความต่อเนื่องของความรู้สึกต่อ การนวดสัมผัส
2.6 การพูดจาระหว่างการนวด ควรมีให้น้อยที่สุด เพราะจะทำลายจังหวะการนวด
2.7 เมื่อสิ้นสุดการนวด ไม่ควรลุกขึ้นทันที ควรหลับตาต่อไปสักครู่ แล้วจึงค่อยลุกขึ้น
วิธีการ "วางมือ" เมื่อนวดกล้ามเนื้อ ตอน 1
1.การวางมือ .....การวางมือโดยใช้พื้นที่เต็มฝ่ามือนั้น จะใช้เมื่อนวดกล้ามเนื้อหลัง และนวดกล้ามเนื้อแขน และกล้ามเนื้อขา โดยมีวิธีการวางมือในการนวด
2. การวางมือเมื่อนวดกล้ามเนื้อ หลังจะใช้ฝ่ามือเต็มฝ่ามือทั้งสองข้าง วางบนแผ่นหลังพร้อมกับกด บีบ ไล่ขึ้นไปตามแผ่นหลัง
4. การวางมือเมื่อนวดการวางมือเมื่อนวดขา โดยจะใช้มือจับเท้าไว้แน่น อีกมือนวดแบบวางฝ่ามือ แล้วนวดแบออกพร้อมกดไล่ไปตั้งแต่ข้อเท้าถึงขาพับ ต่อจากนั้นกดมือให้แน่นคลึงบริเวณต้นขาแรง ๆ และกดฝ่ามือไล้ไปยังต้นขา
5.การวางมือโดยใช้ฝ่ามือ
การวางมือโดยใช้ฝ่ามือนั้น จะใช้กดฝ่ามือแรง ๆ ลงบนกล้ามเนื้อบริเวณที่จะนวด โดยไม่ต้องใช้ส่วนต่าง ๆ ของมือ การใช้ฝ่ามือนั้นจะใช้นวดกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่ และแข็งแรง เช่น นวดต้นขา, นวดก้น
การวางมือโดยใช้ฝ่ามือนั้น จะใช้กดฝ่ามือแรง ๆ ลงบนกล้ามเนื้อบริเวณที่จะนวด โดยไม่ต้องใช้ส่วนต่าง ๆ ของมือ การใช้ฝ่ามือนั้นจะใช้นวดกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่ และแข็งแรง เช่น นวดต้นขา, นวดก้น
6.วางฝ่ามือกดลงบนกล้ามเนื้อก้น ช่วงล่างไล่ขึ้น พยายามใช้ฝ่ามือกดไล่บริเวณกล้ามเนื้อก้นด้านข้างด้วย
7.การวางมือโดยใช้ปลายนิ้วทั้ง 4 การวางมือโดยใช้ปลายนิ้วมือทั้ง 4 จะใช้เมื่อนวดบริเวณกล้ามเนื้อค่อนข้างเล็ก เช่น บริเวณแขน ไหล่ ข้อเท้า และน่อง
8.นวดกล้ามเนื้อไหล่ จะใช้นิ้วมือทั้ง 4 กดลงบริเวณไหปลาร้า และกดไล่ไปทางต้นแขนโดยกดให้แรงพอสมควร
9.จะใช้ นิ้วมือทั้ง 4 กดลงบริเวณเหนือข้อศอกขึ้นไปถึงไหล่
10.การวางมือโดยใช้ปลายนิ้วชี้กับ หัวแม่มือ การวางมือโดยใช้ปลายนิ้วชี้กับหัวแม่มือ จะใช้นวดบริเวณกล้ามเนื้อที่เล็กและเปราะบาง เช่น บริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า บริเวณเอ็นร้อยหวาย เป็นต้น
นวดนิ้วมือ มือที่ไม่ใช้นวด จับข้อมือไว้ อีกมือหนึ่งใช้หัวแม่มือและปลายนิ้วชี้ค่อย ๆ บีบ ทีละนิ้ว ทีละข้อจนครบทั้ง 10 นิ้ว11.นวดเอ็นร้อยหวาย เอ็นร้อยหวายเล็กและบาง นวดโดยใช้นิ้วหัวแม่มือกับปลายนิ้วชี้ค่อย ๆ บีบขึ้น
วิธีการนวดเพื่อสุขภาพ ตอน 3
26. แขนและมือ
การทาน้ำมัน..
การนวดแขนและมือ ผู้นวดต้องอยู่ด้านข้างของผู้ถูกนวดตรงระดับมือ และหันหน้าไปทางศีรษะของผู้ถูกนวด โดยปกติจะทาน้ำมันและนวดกระตุ้นที่แขนก่อน โดยนวดวิธีไล้ยาว ไล่ลมแขนด้านล่าง งอแขนช่วงล่างของผู้ถูกนวดให้ข้อศอกวางอยู่บนพื้นด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับข้อมือผู้ถูกนวดด้วยหัวแม่มือและนิ้ว หันปลายหัวแม่มือขวางข้อมือบีบขึ้นจากปลายแขนสู่ข้อศอก (นวดซ้ำ)
27. การนวดแขน
ไล่ลมแขนด้านบน งอแขนผู้ถูกนวดทั้งแขน
ให้ปลายนิ้วของผู้ถูก นวดไปวางอยู่ที่อีกด้านของคอ แขนด้านบนจะตั้งตรง นวดแบบรวบบีบด้วยมือทั้ง 2 จากใต้ข้อศอกขึ้นไปยังข้อต่อหัวไหล่ (นวดซ้ำ)
27.1} การนวดแขน (ต่อ)ให้ปลายนิ้วของผู้ถูก นวดไปวางอยู่ที่อีกด้านของคอ แขนด้านบนจะตั้งตรง นวดแบบรวบบีบด้วยมือทั้ง 2 จากใต้ข้อศอกขึ้นไปยังข้อต่อหัวไหล่ (นวดซ้ำ)
ยกไหล่ นั่งคุกเข่าตรงไหล่ผู้ถูกนวด คล้องแขนข้างหนึ่งเข้าใต้ข้อศอก (แขนซ้ายใต้แขนขวาและแขนขวาใต้แขนซ้าย) แขนทั้ง 2 ต้องรัดกันแน่น มือข้างที่ว่างจับข้อมือผู้ถูกนวด ยกตัวขึ้นจนกว่าหัวไหล่ของผู้ถูกนวดจะลอยพ้นพื้น ค่อย ๆ ปล่อยลงช้า ๆ
27.2} การ นวดแขน (ต่อ)
ยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ จับข้อมือผู้ถูกนวด ค่อย ๆ โน้มมือไปทางศีรษะ แล้วดึงข้อมือเบา ๆ เพื่อยืดแขน ส่วนมืออีกข้างใช้นวดตั้งแต่รักแร้ลงไปจนถึงชายโครง เพื่อให้การยืดนั้นเป็นการยืดตลอดทั้งแขนและสีข้าง
28. ข้อ ต่อ หัวไหล่
บีบข้อต่อหัวไหล่ วางมือข้างหนึ่งตรงกลางอกด้านบนของผู้ถูกนวด ตำแหน่งมืออยู่ใต้กระดูกไหปลาร้า อีกมือหนึ่งอยู่ตรงกลางหลังด้านบนต่ำจากคอลงไป มือทั้ง 2 ประกบลำตัวไว้ตรงกลาง ดึงมือทั้ง 2 ช้า ๆ ไปทางข้อต่อ หัวไหล่ กดหนักที่ส้นมือทั้ง 2 ข้าง
28.1} ข้อต่อหัวไหล่ (ต่อ)
เมื่อมือทั้ง 2 กดมาถึงข้อไหล่แล้ว ห่อมือจับส่วนยอดของแขน นวดลึกลงไปรอบ ๆ ข้อไหล่ โดยแซะไปตามร่องกระดูกด้วยนิ้ว (นวดซ้ำ)
29. บีบแขน
บีบแขน นวดจากบนลงล่าง โดยการบีบและเคล้นทั้งแขนจนถึงข้อมือ เอาใจใส่ บริเวณข้อศอกให้มากหน่อย โดยการนวดรอบ ๆ ข้อต่อข้อศอกด้วยหัวแม่มือและปลายนิ้ว
30. นวดรอบข้อมือ
นวดรอบข้อมือ ยกปลายแขนของผู้ถูกนวดขึ้นให้แขนพักอยู่บนข้อศอก นวดคลึงด้วยหัวแม่มือไปรอบบริเวณข้อมือ จับข้อมือไว้ด้วยหัวแม่มือและนิ้ว
31. นวดฝ่ามือ
รวบมือผู้ถูกนวดด้วยนิ้ว ส้นมืออยู่ทางด้านหลังมือ บีบและดึงฝ่ามือให้กางออก โดยดึงนิ้วของมือทั้ง 2 แยกจากกลางมือ ขณะเดียวกันก็กดส้นมือลงไปบนหลังมือ (นวดซ้ำ)
31.1} นวดฝ่ามือ (ต่อ)
นวดเซาะร่องกระดูก ยกมือผู้ถูกนวดขึ้น ใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือผู้นวดที่ว่างอยู่นวดไปตามร่องกระดูกด้านหลัง ของมือ จากข้อมือไปจนถึงร่องนิ้ว
32. ดึงนิ้ว
จับหัวแม่มือและนิ้ว ทีละนิ้วไว้ในมือ ดึงเบา ๆ ยืดนิ้วออกพร้อมกับหมุนนิ้วขณะที่เคลื่อนมือที่นวดออกจากปลายนิ้ว ผู้นวดเคลื่อนตัวไปทางอีกด้านของผู้ถูกนวด นวดแขนอีกข้างตามกระบวนการที่ได้ทำมาแล้ว
33. ไหล่ คอ และหนังศีรษะ การทาน้ำมัน
ผู้นวดนั่งทางด้านศีรษะของผู้ถูกนวด เริ่มทาน้ำมันด้วยวิธีไล้ยาว ทาน้ำมันให้ทั่วช่วงอกตอนบน ไหล่ และบริเวณลำคอ ถ้าผู้นวดปฏิบัติตามกระบวนการนวดครบถ้วนแล้ว ด้านหลังของผู้ถูกนวดจะมีน้ำมันทาอยู่ก่อน ถ้าต้องการนวดไหล่ คอ และหนังศีรษะโดยเฉพาะ การทาน้ำมันจะต้องทาก่อนที่ผู้ถูกนวดจะลงนอน ยืดคอ ห่อมือ จับศีรษะด้านล่างให้มั่นคงโดยวางนิ้วไว้ที่ฐานกะโหลกศีรษะ ยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยแล้วดึงเข้าหาตัว ซึ่งจะยืดลำคอด้านหลัง ปล่อยศีรษะลงช้า ๆ
34. ยืดคอขึ้นและลงด้วยมือที่ยังจับอยู่ท่าเดิม ยกศีรษะขึ้นให้คางโน้มไปทางหน้าอก ค่อย ๆ ปล่อยศีรษะราบลงเช่นเดิม คราวนี้ใช้มือข้างหนึ่งช้อนต้นคอดึงคอขึ้น ปล่อยให้ศีรษะตกลงทางด้านหลัง แล้วปล่อยให้คอยืดตรงตามเดิม
35. ยืดคอออกด้านข้าง
ใช้มือข้างหนึ่งจับศีรษะไว้ให้มั่น ประคองเอียงไปทางไหล่ด้านหนึ่ง ขณะที่เอามืออีกข้างหนึ่งกดหัวไหล่ด้านตรงข้ามไว้ ประคองศีรษะกลับเข้าที่ เปลี่ยนมือยืดคอไปอีกทางด้านหนึ่งโดยประคองศีรษะไปทางด้านตรงข้าม
วิธีการนวดเพื่อสุขภาพ ตอน 2
17.นวดตาตุ่ม
จับขาไว้ให้แน่นด้วย มือข้างหนึ่ง นวดด้วยนิ้วและหัวแม่มืออีกข้างไปรอบๆ ข้อเท้า และรอบๆ ตาตุ่ม นวด
แบบคลึงเป็นวง
18.นวดหน้าแข้ง
ใช้หัวแม่มือกดลงตามด้านข้างของกระดูกหน้าแข้งด้านนอกและด้านใน
19.นวดรอบสะบ้าหัวเข่า
วางหัวแม่มือให้เหลื่อมกันอยู่เหนือสะบักหัวเข่าส่วนของมืออยู่ด้านนอก ของเข่า แยกหัวแม่มือออกพร้อมๆ กัน แล้ววนไปรอบสะบ้าหัวเข่าในทิศทางตรงข้ามผ่านส่วนบน และส่วนล่างของสะบ้าหัวเข่า
20.ต้นขา
ผู้นวดอยู่ที่เท้าของ ผู้ถูกนวด เทน้ำมันลงบนฝ่ามือ แล้วทาน้ำมันลงบริเวณต้นขาซ้ายไล้มือขึ้นจนถึงโคนขารอบๆ สะโพก และไล้กลับลงมาปลายขา ผู้นวดมานั่งอยู่ด้านข้างของเท้าซ้าย ใช้มือทั้งสองกระตุ้นความรู้สึกของขา โดยนิ้วชี้ขึ้นด้านบนหรือห่อมือไล้ออกด้านข้าง ใช้มือทั้งสองสลับกันดันขึ้นจากหัวเข่าจนถึงโคนขา ใช้หัวแม่มือกดเป็นวงวนออกด้านนอกขณะนวดขึ้น
21.นวดรอบสะโพก
ผู้นวดหันหน้าไปทางสะโพกของผู้ถูกนวด วางหัวแม่มือทั้งสองลงด้านข้างก้น 2 หรือ 3 นิ้ว จากกระดูกเชิงกราน บีบไปรอบๆ ข้อ กดด้วยหัวแม่มือให้ลึกโดยสลับหัว แม่มือ ใช้มือที่ว่างเป็นที่ค้ำยัน
จับขาไว้ให้แน่นด้วย มือข้างหนึ่ง นวดด้วยนิ้วและหัวแม่มืออีกข้างไปรอบๆ ข้อเท้า และรอบๆ ตาตุ่ม นวด
แบบคลึงเป็นวง
18.นวดหน้าแข้ง
ใช้หัวแม่มือกดลงตามด้านข้างของกระดูกหน้าแข้งด้านนอกและด้านใน
19.นวดรอบสะบ้าหัวเข่า
วางหัวแม่มือให้เหลื่อมกันอยู่เหนือสะบักหัวเข่าส่วนของมืออยู่ด้านนอก ของเข่า แยกหัวแม่มือออกพร้อมๆ กัน แล้ววนไปรอบสะบ้าหัวเข่าในทิศทางตรงข้ามผ่านส่วนบน และส่วนล่างของสะบ้าหัวเข่า
20.ต้นขา
ผู้นวดอยู่ที่เท้าของ ผู้ถูกนวด เทน้ำมันลงบนฝ่ามือ แล้วทาน้ำมันลงบริเวณต้นขาซ้ายไล้มือขึ้นจนถึงโคนขารอบๆ สะโพก และไล้กลับลงมาปลายขา ผู้นวดมานั่งอยู่ด้านข้างของเท้าซ้าย ใช้มือทั้งสองกระตุ้นความรู้สึกของขา โดยนิ้วชี้ขึ้นด้านบนหรือห่อมือไล้ออกด้านข้าง ใช้มือทั้งสองสลับกันดันขึ้นจากหัวเข่าจนถึงโคนขา ใช้หัวแม่มือกดเป็นวงวนออกด้านนอกขณะนวดขึ้น
21.นวดรอบสะโพก
ผู้นวดหันหน้าไปทางสะโพกของผู้ถูกนวด วางหัวแม่มือทั้งสองลงด้านข้างก้น 2 หรือ 3 นิ้ว จากกระดูกเชิงกราน บีบไปรอบๆ ข้อ กดด้วยหัวแม่มือให้ลึกโดยสลับหัว แม่มือ ใช้มือที่ว่างเป็นที่ค้ำยัน
22.นวด เซาะร่องกระดูกซี่โครง
ผู้นวดอยู่ทางด้านศีรษะ วางนิ้วชี้กับนิ้วกลางลงที่กลางอก ให้นิ้วอยู่ในร่องบนสุดของกระดูกซี่โครง กดหนัก ๆ พร้อมกับแยกมือออกทางด้านข้างของร่างกาย (นวดซ้ำ) เคลื่อนนิ้วลงมาที่ร่องกระดูกร่องต่อ ๆ ไป นวดแบบเดียวกับครั้งแรกเหมือนการไต่ลงบันได เมื่อถึงปลายกระดูกหน้าอก กระดูกซี่โครงซี่ต่อไปจะมาไม่ถึงกลางอก ต้อง ห่อมือนวดไปตามซี่โครงเหล่านั้น ไล้มือทั้ง 2 ไปตามด้านขวางของลำตัว แล้วนวดบีบกล้ามเนื้อจากอกไปต้นแขนอีกด้าน
23.นวด ดึงจากด้าน ข้าง
เอนตัวเข้าหาผู้ถูกนวด นวดสลับมือโดยการดึงซี่โครงจากด้านข้างขึ้นมา นวดจากเอวจนถึงรักแร้ ถ้าผู้ถูกนวดเป็นหญิง ให้นวดรอบ ๆ เต้านม อย่านวดลงไปบนเต้านม
24.บีบกล้าม เนื้อจากอกไปต้นแขน
ผู้นวดยัง อยู่ใน ตำแหน่งเดิม นวดบีบกล้ามเนื้อจากอกไปต้นแขนให้ตลอด กล้ามเนื้อมัดนี้ทำให้เกิดบ่อรักแร้และเป็นกล้ามเนื้อรั้งเต้านม
25.นวด คลึงหน้า ท้องเป็นวงกว้าง
วางมือเบา ๆ บนหน้าท้อง พักไว้สักครู่ เคลื่อนมือทั้ง 2 ไปตามเข็มนาฬิกา มือข้างหนึ่งสามารถนวดไปได้จนครบวงกลม แต่อีกข้างจะต้องหยุดเมื่อมือไขว้กัน
25.1) นวดคลึงหน้าท้อง
ผู้นวดยังเคลื่อนมือ ที่นวดไปตามเข็มนาฬิกาอยู่ แต่แทนที่จะทำวงใหญ่ ให้ทำเป็นวงเล็ก ใช้มือทั้ง 2 นวดตามกันไปคล้ายวงสว่านรอบ ๆ หน้าท้อง
25.2) นวดคลึงหน้าท้อง (ต่อ)
ไล้ยาวตามจังหวะการ หายใจ บอกให้ผู้ถูกนวดหายใจช้า ๆ ลึก ๆ ผู้นวดหันหน้าไปทางศีรษะของผู้ถูกนวด วางมือลงบนหน้าท้อง ปลายนิ้วชี้ขึ้นสู่ด้านบน เมื่อผู้ถูกนวดหายใจเข้า หน้าอกพองขึ้น ไล้มือขึ้นไปตามศูนย์กลางของลำตัว
25.3) นวดหน้าท้อง (ต่อ)
เมื่อผู้ถูก นวดหายใจ ออก หน้าอกยุบ ไล้มือไปรอบไหล่ และไล้ลงทางด้านข้างของลำตัว แล้วนำมือกลับมาอยู่ที่หน้าท้องอีก นวดซ้ำตั้งแต่จังหวะหายใจ จนถึงหายใจออก อีกประมาณ 3 - 4 ครั้ง เมื่อดึงมือลงทางด้านข้างของลำตัวเป็นครั้งสุดท้าย ให้ไล้ลงไปเรื่อย ๆ ผ่านสะโพกไปจนออกปลายขา
วิธีการนวดเพื่อสุขภาพ ตอน 1
วิธีการนวดเพื่อสุขภาพยา ปัทมะรางกูล เรียบเรียง เผยแพร่... จรินทร์ โฮ่สกุล
1.ฝ่า เท้าผู้นวดอยู่ ด้านนอกของขาผู้ถูก นวด กดด้วยนิ้วมือลงบนฝ่าเท้าไล้ยาวจากส้นเท้าถึงบริเวณปลายเท้า โดยสลับกับการใช้กำปั้นหลวมๆ หมุนคลึงลงบนฝ่าเท้า
2.ข้อเท้า (เอ็นร้อยหวาย)
ข้อ เท้า (เอ็นร้อยหวาย) ผู้นวดบีบเนื้อที่อยู่ระหว่างกระดูกข้อเท้า และบีบไล้ไปตามแนวของเอ็นร้อย
หวายจากส้นเท้าไปถึงน่องด้านล่าง แล้วบีบกลับมาที่เดิม
3.น่อง-ข้อ พับและต้นขา
นวดตั้งแต่ ส่วนปลายน่อง กดขึ้นไปตามน่องและขาอ่อนด้วยหัวแม่มือโดยกดสลับหัวแม่มือกัน ให้ส่วนอื่นๆ ของหน้ามือสัมผัสกับขา เพื่อให้หัวแม่มือมีกำลัง นวดขาจากล่างขึ้นบนด้วยสันมือ สลับมือกันเรื่อยไปด้วยวิธีกดแบบกว้าง และลึก การนวดต้องต่อเนื่องและมีจังหวะ อย่าให้มือที่นวดเกร็ง ผู้นวดต้องอยู่ใกล้ขาของผู้ถูกนวดตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ต้องยกมือขึ้นขณะนวด
4.ข้อพับ
ยกขา ผู้นวดอยู่ด้านข้างของผู้ถูกนวด มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าอีกข้างหนึ่งวางไว้ที่ข้อพับหัวเข่า ค่อยๆ ยกขาขึ้นให้ปลายขาตั้งเป็นฉาก ผู้นวดใช้ฝ่ามือคลึงบริเวณน่องเบาๆ และสั่นกล้ามเนื้อน่อง
5.ข้อเท้า
หมุนข้อเท้า จับขาตรงเหนือตาตุ่มด้วยมือข้างหนึ่ง รวบเท้าด้วยมืออีกข้าง ค่อย ๆ หมุนเป็นวงกว้าง โดยใช้ฝ่ามือคลุมบริเวณส้นเท้า ขั้นแรกหมุนไปทางเดียวสัก 2-3 ครั้ง แล้วจึงหมุนกลับไปทางด้านตรงข้าม
ข้อเท้า (ก)
ดัดเท้า จับรวบข้อเท้าด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือจับปลายเท้าและหัวแม่เท้า ดัดขึ้นเท่าที่จะหักขึ้นได้ (ก) จากนั้นดึงหน้าเท้ากลับหลังกดลงไปทางส้นเท้า ดัดลงเท่าที่จะหักลงได้ (ข)
6.สะโพก
ผู้นวดใช้สันมือทั้ง 2 ข้าง คลำตำแหน่งรอยบุ๋มด้านข้างของกล้ามเนื้อก้น ซึ่งอยู่เหนือข้อสะโพกเล็กน้อย นิ้วทั้ง 2 หันเข้าทางด้านใน ทิ้งน้ำหนักลดลงบนฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง หลังจากนั้นเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาทั้ง 2 ข้าง กดบนสะโพกทั้ง 2 ข้าง
7.บีบไหล่
นวดสลับมือ บีบและจิกเนื้อไปรอบ ๆ สะบัก นวดตามแนวข้างของซี่โครง รวมทั้งที่ไหล่ด้วย นวดไล้ไปตามเนินไหล่
8.คลึง ต้นคอ
นวดรอบฐานคอโดยวิธีนวดลึกกว่าบีบไหล่ ใช้หัวแม่มือกดคลึงไปตามส่วนเนื้อรูปสามเหลี่ยมใต้คอ การนวดให้นวดคลึงเป็นบริเวณแคบ ๆ เน้นและค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักนวดขึ้นด้วยวิธีนวดลึก เพื่อลดความเกร็ง พร้อมทั้งคอยดูปฏิกิริยาว่าผู้ถูกนวดทนได้หรือไม่
9.นวดข้างกระดูกสันหลังเริ่มนวดที่ฐานคอกด ด้วยหัวแม่มือสลับข้างไปตามร่องข้างกระดูกสันหลัง โดยนวดทีละข้าง การกดนวดแต่ละครั้ง กดช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เน้น นวดลงไปจนถึงกลางหลัง และใช้มือลูบกลับมายังคอ จากนั้นจึงนวดซ้ำใหม่
10.นวดรอบกระดูกสะบัก
ใช้นิ้วมือข้างที่รองกระดูกหัวไหล่ และมือที่อยู่ด้านบน นวดรอบ ๆ กระดูกสะบัก โดยเริ่มนวดตั้งแต่ส่วนยอดของไหล่ นวดเรื่อยลงไปรอบ ๆ กระดูก จับขอบกระดูกสะบักยกขึ้น นวดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
11.นวดแผ่นกระดูกสะบัก
ใช้หัวแม่มือคลึงบนกระดูกสะบักจนทั่วแผ่นกระดูก
12.บีบสันกระดูกสะบัก
สันกระดูกสะบักทอดขวางอยู่ทางด้านบนของกระดูกสะบัก นวดไปตามสันจากด้านคอออกไป วิธีนวดให้นวดโดยใช้หัวแม่มือและนิ้วมือ
13.บีบต้นคอ
ขยุ้มกล้ามเนื้อที่ฐานคอด้วยหัวแม่มือและนิ้วบีบไปตามแนวกล้ามเนื้อ แล้วบีบบริเวณต้นคอจนกว่าจะทั่ว นวดไหล่อีกข้างตามลำดับ
14.หลังแขน
บีบไล้แขนจากส่วนบนตามแนวยาวของเส้นใยกล้ามเนื้อจนถึงข้อศอก โดยใช้ฝ่ามือกด และจากข้อศอกจนถึงข้อมือ หลังมือ และหลังนิ้วมือ โดยสลับกับการใช้นิ้วมือ
15.ขาด้านหน้า (หลังเท้า)
ใช้ฝ่ามือจับฝ่าเท้าให้ปลายหัวแม่มือชี้ไปทางนิ้วเท้า นวดช้าๆ ไปตามแนวเส้นเอ็น จากข้อเท้าไปจนถึงนิ้วเท้า
16.เคล้นนิ้วเท้า
จับนิ้วเท้าทีละนิ้วด้วยนิ้วชี้ และหัวแม่มือกระตุกเบาๆ หมุนนิ้วเท้าไปทาง ด้านหนึ่งด้านใด และกลับอีกด้านหนึ่ง เลื่อนนิ้วที่นวดออกไปตามนิ้วเท้า
Why Personal Trainers Are Overrated
Why Personal Trainers Are Overrated
Some gyms and health clubs will make it seem like having a personal trainer is the only way to reach your fitness goals.
On the surface, hiring a personal trainer makes sense. They’re supposed to be certified experts in their field. In a perfect world they provide accountability, motivation and professional insight. As we all know, the world isn’t perfect.
The realty is many personal trainers aren’t that good. In fact, some would say they are overrated. Here are some of the top reasons that hiring a personal trainer may not be your best option.
Another option that is gaining popularity is to join an automated fitness gym. These types of gyms eliminate the need for a personal trainer. Personalized training programs are created for you on a USB drive, which you insert into fitness equipment that coaches you through the exercises.
With automated fitness training, all of your workouts are tracked and monitored so you can view your progress.
In the end, the choice is up to you. Do the proper research and figure out what works best for you.
Some gyms and health clubs will make it seem like having a personal trainer is the only way to reach your fitness goals.
On the surface, hiring a personal trainer makes sense. They’re supposed to be certified experts in their field. In a perfect world they provide accountability, motivation and professional insight. As we all know, the world isn’t perfect.
The realty is many personal trainers aren’t that good. In fact, some would say they are overrated. Here are some of the top reasons that hiring a personal trainer may not be your best option.
- Reason #1: Scheduling – Scheduling a session with a personal trainer can be
more of a hassle than doing your taxes. Plus you have to deal with cancellations
and you can only schedule sessions during designated time frames. You spend more
time planning than working out!
- Reason #2: Professionalism – Some personal trainers are just unprofessional.
They show up late. They talk with other people. They play on their phones. At
some points, it might seem like they’re ignoring you during your workout. You
shouldn’t have to put up with this kind of stuff. You’re the customer!
- Reason #3: Price – Hiring a personal trainer is expensive. The good ones can
cost on average of $50 to $80 per hour. According to the Bureau of Labor
Statistics, the mean hourly wage for a doctor is $88. No offense, but trainers
aren’t doing heart surgery.
- Reason #4: Workouts – Some personal trainers have the tendency to do the
same old workouts with all of their clients. Here’s the thing. Not everyone is
the same. Every individual has different fitness levels and abilities. What
works for one person may not work for you. Every workout plan should be tailored
to the individual.
- Reason #5: Injuries – Injuries are always a possibility when hitting the
gym. However, you’re setting yourself up for injuries if you hire a cheap,
incompetent personal trainer. Unfortunately, many people fall into this trap
because they’re looking for a deal. In the end, you might end up burning more
money on a doctor to treat your injuries.
- Reason #6: Monitoring Progress – Here’s a sign that your trainer is
overrated… they’re not writing anything down. A good trainer will monitor your
progress. It’s the only way to know how you’re doing. Many bad trainers will
just stare off into space when they should be tracking your
performance.
Another option that is gaining popularity is to join an automated fitness gym. These types of gyms eliminate the need for a personal trainer. Personalized training programs are created for you on a USB drive, which you insert into fitness equipment that coaches you through the exercises.
With automated fitness training, all of your workouts are tracked and monitored so you can view your progress.
In the end, the choice is up to you. Do the proper research and figure out what works best for you.
|
Dave West owns and manages health
clubs in Scottsdale, Arizona. His gyms use a unique combination of
technology and personal training that eliminates the need for personal trainers. Discover more by visiting
www.KokoFitAZ.com Article Source: http://www.articlebiz.com/article/1051606023-1-why-personal-trainers-are-overrated/ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)